Saturday, 10 March 2007

ภาษาอังกฤษวันละหน่อยกับลุงวรรณ


ข้อควรจำสำหรับคำว่า “Please กับ Thank you”
ปกติ please จะอยู่ช่วงท้ายของประโยค เช่น

“Two tickets, please.”
“Can you give me direction to Silom Street, please?”

เราใช้ Thank you หลังจากเราได้รับอะไรบางอย่าง เช่น
“Here’s your change.”
“Thank you.”

การใช้ Excuse me
ถ้าเราต้องการถามหรืออยากให้ใครทำอะไรให้เรา เรามักใช้ “excuse me” เช่น
ในร้านขายของ “Excuse me, do you have this dress in a smaller size?”
บนถนน “Excuse me, do you know where the nearest bank is?”

หมั่นฝึกบ่อยๆ

ภาษาอังกฤษวันละหน่อยกับลุงวรรณ


Tips
เคล็ดในการพูด
เมื่อเราต้องการสอบถามหรือขอให้ใครทำอะไรให้เรา เราควรถามด้วยความสุภาพ ต่อไปนี้เป็นวิธีการถามแบบสุภาพ

การทักทายด้วยการ Say hello
เอ่ยคำว่า “Hello”ก่อนแล้วตามด้วยรอยยิ้ม เป็นการแผ้วทางหรือทอดสะพานก่อนที่เราจะถามคำถาม
“Hello, (I’d like) a travel card, please.”ในสถานการณ์ที่เป็นทางการขึ้น เราก็ใช้ “Good morning”, “Good afternoon”, “Good evening” (ข้อสำคัญอย่างหนึ่ง จำไว้ว่า “Good night” เราใช้ในความหมายว่า “Good bye” หรือร่ำลากันในตอนสิ้นสุดของวัน ไม่ใช่คำทักทายเหมือนกับที่ว่ามาแล้วนะครับ อย่าเข้าใจผิด)
"Good evening. We've booked a table for four"
ลองฝึกดูแล้วกัน

ภาษาอังกฤษวันละหน่อยกับลุงวรรณ


Responding to questions
ขณะที่เราสอบถามข้อมูล แล้วคนที่เราสอบถามนั้นต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สมมุติว่าเขาถามคำถามกลับมา เราไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะถาม เราอาจขอเวลาคิดนิดนึงก่อนพูดโดยการใช้คำพูด ลักษณะที่เป็น “Oh”, “Ah”, Um หรือว่า “Er” ก็ได้ เพื่อหาตำตอบ จำให้ขึ้นใจว่าการที่เรานิ่งเงียบโดยไม่มีเสียงอะไรออกมาจะทำให้คู่สนทนาของเรารู้สึกอึดอัด ลองดูสถานการณ์ต่อไปนี้เมื่อเราไปซื้อตั๋วรถไฟ

You: “Two tickets to Glasgow, please”
Clerk: “Single or return?”
You: “Um, return, please. We’re coming back tomorrow.

(You are bureau de change) แลกเงิน
Clerk: “How would you like your money?
You: “Oh, er, three tens and a five, please.

You: “Hello. Can I have a leaflet about London museum, please?”
Clerk: “Sure. Anything else?”

You: “Um, do you have any information about musicals?”

ลองหมั่นฝึกๆ ดูเผื่อได้ใช้เวลาไปต่างประเทศหรือพุดกับชาวต่างประเทศนะครับ

ภาษาอังกฤษวันละหน่อยกับลุงวรรณ


How to ask for things in English

การพูดขอให้คนอื่นเอาของให้เราเป็นภาษาอังกฤษนั้นไม่ยากนัก แค่ให้จำคำหลักๆ ไว้ แล้วก็เปลี่ยนประโยคไปตามสถานการณ์ ลองดูแล้วกัน

Asking clerks or desk helps สอบถามเจ้าหน้าที่

(ทักด้วย Hello) แล้วตามด้วยCan หรือ Could I have…..please? (เสียงต่ำลงหน่อย)
(Good Morning) Can/Could you give (หรือ get) me ….please?
(Good evening) A table for two, please

Interrupting people to ask them for something ขอขัดจังหวะเพื่อถามข้อมูล

Excuse me.
…Do you know if….?
….Do you have….?
…Do you except…(credit card)?
…Is this the right way for…(the post office)?
…Could you tell me if…(there is a post office near here)?

In more formal situations ในสถานการณ์ที่พูดกันอย่างเป็นทางการ
Excuse me.

… Would you mind…(keeping an eye on my luggage?)
… I wonder if you could …(move your suitcase a little.)

ลองฝึกดูนะครับ วันละนิดละหน่อย เดี๋ยวก็เป็นไปเอง อย่าท้อครับ เจอกันตอนหน้า

Friday, 9 March 2007

ภาษาอังกฤษวันละหน่อยกับลุงวรรณ

ฝึกภาษาอังกฤษจากรายการโทรทัศน์

การเรียนภาษาอังกฤษจากโทรทัศน์นั้นนับว่ามีประโยชน์มากอีกวิธีหนึ่ง เพราะโทรทัศน์มีภาพประกอบให้เห็น ทำให้เราเข้าใจง่ายกว่าวิทยุที่พูดโดยไม่เห็นตัว แต่โทรทัศน์นั้นเราสามารถเข้าใจได้ จากภาษาท่าทางของผู้พูด เราสามารถเลือกรายการภาษาอังกฤษที่เราชอบและคิดว่าสนุก จำไว้เป็นคาถาว่ารายการอะไรก็มีประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษนั้น ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำในการดูรายการโทรทัศน์ภาษาอังกฤษที่เว็บไซต์ english@home (www.english-at-home.com) บอกไว้
ให้เลือกรายการโทรทัศน์ที่เราคิดว่าน่าสนใจ เพราะการเรียนภาษาอังกฤษนั้นควรจะสนุก ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราต้องฝืนใจทำหรือถูกบังคับให้ทำ ถ้าเราคลั่งไคล้รายการฟุตบอลก็เปิดดูรายการแข่งขันฟุตบอกหรือดูข่าวกีฬาอะไรเทือกนั้น
หาสมุดเก็บไว้ใกล้ๆ โทรทัศน์สักเล่ม เผื่อเอาไว้จดคำใหม่ๆ หรือคำที่เกี่ยวกับความรู้สึกที่เราได้ฟังจากโทรทัศน์ และการจดคำใหม่อย่างนี้จะเป็นประโยชน์มากขึ้นหากรายการที่เรากำลังดูอยู่นั้นมีคำอธิบายหรือ Subtitle ภาษาไทยอยู่ข้างล่าง
หมั่นดูรายการโทรทัศน์ภาษาอังกฤษอยู่เป็นประจำ แม้ว่าเราจะดูโทรทัศน์แค่วันละ ๑๕ นาที พอนานๆ ไป เราจะรู้สึกแปลกใจว่าภาษาอังกฤษของเราพัฒนาขึ้นอย่างทันตาเห็น
ไม่ต้องไปกังวลให้มากด้วยเหตุแค่ว่าเราไม่เข้าใจทุกอย่างในรายการโทรทัศน์เพราะโดยปกติรายการภาษาอังกฤษในรายการโทรทัศน์นั้นเขาทำเพื่อให้คนที่เป็นเจ้าของภาษาดู ภาษาจึงมีคำยากๆ และคำที่เกี่ยวรู้สึกและคำที่เข้ากับวัฒนธรรมของเขา
แม้แต่รายการการ์ตูนหรือรายการสำหรับเด็กก็เป็นประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษทั้งนั้น เช่นรายการตอบคำถามทำให้เรารู้วิธีถามและตอบเป็นภาษาอังกฤษ
พยายามจดรายการที่เรารู้สึกว่าฟังเข้าใจง่ายและหมั่นดูเป็นประจำ การทำอย่างนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราและทำให้เราประสบผลสำเร็จในการฝึกภาษาอังกฤษได้ในเร็ววัน

Wednesday, 28 February 2007

เตรียมตัวลงหาด

เราเดินทางไปเที่ยว แต่ไม่ลืมติด เครื่อง Metal Detector ไปด้วยเพราะอาจได้ของแปลกๆ นอกจากแหวน เหรียญ สร้อยคอหรืออื่นๆ แล้ว เราภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง
ครั้งหนึ่งเรากำลังหาของที่ชายหาด มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาบอกว่า "เฮีย ช่วยหาแหวนให้หน่อยได้มั้ย ไม่รู้ตกตรงไหน" เราเดินไปดูให้ สักพักก็ได้ของคืนตรงที่แกกับคณะนั่งดื่มกินกันอยู่ที่ชายหาด แหวนตกอยู่ใต้เก้าอี้นั่นเอง แกขอบอก ขอบใจใหญ่จะให้เงินเราเป็นการตอบแทน เราบอก "ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้ลงทุนอะไร" แกเลยให้เบียร์มาหนึ่งโหล บางครั้งเงินก็ไม่สำคัญอะไรกับเรา เราภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือใครบ้าง

Hobby แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ

ไปเที่ยวที่ชายหาดเจ้าสำราญ


เดินหาของตามชายหาดได้เพื่อนมากมาย ทั้งเด็กๆ และคนที่เข้ามาคุยด้วยความสนใจเพราะไม่เคยเห็น "คนชรา หาของ"

คนหาของ Treasure Hunting


แหวนที่พบใต้ทรายของชายหาดแห่งหนึ่ง

โลกส่วนตัวของลุงวรรณ
“ลุง หาอะไรครับ”
“หาอะไรคะ ลุง”
เหล่านี้เป็นคำถามที่ “คนหาของ” อย่างเรามักได้ยินประจำ
หาของ?
หาอะไร?
บางคนเรียกตัวเองว่า “นักล่าสมบัติ” บางคนก็เรียกตัวเองด้วยความเจียมตัวว่า “ คนหาของตก”
ไม่ว่าจะเรียกตัวเองว่าอย่างไร เราขอเรียกตัวเองไปพลางๆ ก่อนว่า “นักหาของด้วยเครื่อง”
อาจจะเป็น “Treasure Hunter” หรือ“Detectorist”
เมื่อต้นปีก่อน มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งลาออกจากราชการทหารมาทำมาค้าขายอาหารอยู่ที่หาดสวนสน บ้านเพ ระยอง งานอดิเรกยามว่างจากช่วยแฟนขายอาหารของเพื่อนคนนี้ก็คือ “หาของ” ตามชายหาดซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำในทะเลทำหล่นในน้ำ ด้วยเครื่องมือตรวจหาโลหะที่เรียกทับศัพท์ว่า Metal Detector
เพื่อนคนนี้ สอนเราให้รู้จักและคุ้นกับเครื่อง Detector พอทดลองเล่นดู ก็รู้สึกสนุก และคิดว่าเหมาะสำหรับชายวัย (ชรา) อย่างเรา ตั้งใจไว้ว่าจะหามาใช้สักเครื่องหนึ่ง
หลังจากค้นข้อมูลเกี่ยวกับเครื่อง Detector แบบต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันจากอินเตอร์เน็ตและหนังสืออยู่พักใหญ่ก็ได้เสป็คที่ต้องการและท้ายที่สุดก็ได้ตัดสินใจซื้อเครื่องมือสองมาใช้ในเวลาต่อมา โดยติดต่อซื้อผ่านเอเย่นต์รายหนึ่งที่เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่อง Detector ยี่ห้อ Fisher รุ่น
CZ-20 ซึ่งเป็นฝรั่งชื่อ Keith ราคาไม่แพงมากนักเพราะเป็นเครื่องใช้แล้วและที่จัดว่าเป็นข้อดีของเครื่องรุ่นนี้ก็คือ สามารถเอาลงไปหาในน้ำได้ด้วย ผมอยากได้เจ้าเครื่องที่ว่านี้มาหาของในคลองหน้าบ้านผม ด้วยเหตุที่วัยเด็กผมชอบเล่นน้ำในคลองกับเพื่อนๆ ผมกับเพื่อนๆทำของหล่นไว้มาก ไม่ว่าจะเป็นเหรียญสตางค์(แดง)และเหรียญที่เป็นพระที่ เด็กๆ หลายต่อหลายรุ่นเล่นน้ำคลองแห่งนี้ คิดว่าคงมีของที่ว่ามาหล่นไว้มาก
นอกจากนั้นผมคิดจะหาของที่คนทำหล่นไว้ตามท่าน้ำหน้าวัดแถวบ้านเพื่อหวนย้อนกลับไปสู่อดีตอีกครั้ง
หลังจากศึกษาคู่มือวิธีใช้และเทคนิคในการหาของจนคิดว่าบินเดี่ยวเองได้แล้ว จึงออกตระเวนหาของตามที่ต่างๆ สนุกมากแต่แดดเผาจนเกรียมไปหมดแล้ว
ผมเริ่มหาของตามชายหาดและตามสนามเด็กเล่นเก่าๆ หรือแม้แต่สนามฟุตบอล ก็ได้ของมาสะสมเล่น ตั้งแต่เหรียญต่างๆ ไปจนถึงเหรียญที่เป็นพระเครื่อง ลองดูตัวอย่างสมบัติ(บ้า)ที่เจอที่หาดแห่งหนึ่ง

ลองขุดหาสมบัติตามชายหาดอยู่สักพักจึงเรียนรู้ว่าการ Metal Detecting นี้มีศิลปมากมายที่ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ตลอดจนมรรยาทและจรรยาบรรณที่ต้องคำนึงด้วย

Metal Detecting
Treasure Hunting

Tuesday, 27 February 2007

หวนคิดไปในวัยเด็ก

ไม่ได้คิดจะเรียกร้องหรืออยากจะกลับไปอยู่ในวัยเด็กอีกครั้ง แต่จะมีความสุขทุกครั้งเมื่อหวนนึกถึงวัยนั้น ที่เรากับเพื่อนๆเคยใช้คลองหน้าบ้านเป็นสนามเด็กเล่น เราเล่นน้ำกันทั้งวัน เมื่อหิว เราก็ขึ้นมาคดข้าวในครัวกิน และก็กลับลงไปแช่อยู่ในน้ำทั้งวัน จนแม่ต้องคอยถือไม้เรียวมาคอยเรียกให้ขึ้นจากน้ำ เป็นอย่างนี้จนเติบใหญ่
เมื่อตอนนั่งเรือไปโรงเรียน เราชอบชะโงกหน้าไปราละอองน้ำที่สาดกระเซ็นขึ้นมาเป็นฝอย และจะถูกครูดุทุกครั้งที่ทำอย่างนั้น เราชอบมาก แม้ตอนนี้ เมื่อเวลาฝนตกขณะขับรถ เราชอบเปิดหน้าต่างเพื่อให้ละอองฝนกระเซ็นเข้ามาปะทะกับใบหน้า มีความสุขมากและทำให้นึกถึงวัยเด็กครั้งก่อนนั้น

Friday, 23 February 2007

Pleasure & Adventure

กำลังอยู่ระหว่างการเขียนเรื่องราวของคนชรา ให้กำลังใจด้วยครับ